เหตุการณ์ในเรื่องนี้เกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัยตอนข้า'เจ้าอยู่ปี 1 ต่อมาเมื่อขึ้นปี 2 ข้า'เจ้าก็ได้เลือกไปนั่งเรียนกับเพื่อนต่างสาขาในวิชาเขียนบทวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ แล้วก็มีคาบหนึ่งที่ต้องส่งเรื่องเพื่อทำเป็นละครวิทยุ ท่ามกลางเพื่อนๆสาขาวิทยุ ข้า'เจ้ากลายเป็นคนที่ไม่รู้เรื่องเอาเสียเลย ข้า'เจ้าเริ่มเขียนเรื่องนี้ในชั้นเรียนได้ตอนท้ายคาบ 2 โมงครึ่ง แต่เขียนไม่เสร็จ ก็เลยเอาออกมาเขียนต่อจน 4 โมงครึ่งจึงไปส่งให้อาจารย์ที่ห้องคณะ

พอได้กลับมาอ่านใหม่ ข้า'เจ้าก็สงสัยตัวเองว่า แล้วเรื่องอย่างนี้มันจะกลายเป็นละครวิทยุยังไง แล้วข้า'เจ้าก็นึกได้ว่า อาจารย์ที่สั่งให้เขียนเรื่องในวันนั้น ก็ลืมทวงงานบทละครวิทยุจากข้า'เจ้าไปทั้งเทอมเหมือนกัน และจนป่านนี้ข้า'เจ้าก็คิดว่า ข้า'เจ้ายังไม่ได้ฝึกเขียนบทละครวิทยุให้เป็นเลยนะ 5555+
.

.

.

เครื่องบินกระดาษ
13 มิถุนายน 2550
.

จะมีสักกี่ครั้ง ที่นักศึกษาคนหนึ่งกับอาจารย์มหาวิทยาลัยจะมีเวลาว่างตรงกันในวันธรรมดาแล้วมาพบปะสนทนากันที่ห้องพักอาจารย์ หากจะมีสักร้อยพันครั้งก็คงจะเป็นการปรึกษาเรื่องวิชาปัญหาการเรียน หรือเจรจาต่อรองผลคะแนนแลกกับคำตอบงานฝีมือที่ทำส่ง ไม่ว่าจะเดินไปห้องพักอาจารย์ที่ไหนก็จะมีแต่บรรยากาศของการปรึกษา เจรจา สั่ง-ส่ง แต่ที่ห้องพักอาจารย์แห่งนี้ได้เกิดความบังเอิญขึ้นครั้งหนึ่ง เมื่อเวลาว่างและความเบื่อหน่ายทำให้นักศึกษาและอาจารย์คนหนึ่งมานั่งคุยกันบนโซฟารับแขก หน้าโต๊ะเลขาที่ไม่มีใครอยู่ประจำการ

เป็นเวลาในคาบเรียนที่ห้องพักอาจารย์เงียบสงบ อาจารย์ชายวัยกลางคนกำลังนั่งพักหลังจากชั่วโมงบรรยายอันวุ่นวาย มีคนเดินผ่านไปมาทักทายพอให้อาจารย์ได้คุยเล่น ทันใดนั้นนักศึกษาหญิงท่าทางขยันคนหนึ่งก็กระโดดโลดเต้นออกมาจากหน้าบอร์ดประกาศผลคะแนนเก็บวิชาต่างๆ เธอนึกได้ว่าเวลานี้เธอว่างจากการเรียนเพราะคาบต่อไปไม่มีนักศึกษามาเรียนในช่วงปีใหม่อาจารย์จึงงดสอน เมื่อคุยกับอาจารย์ที่นั่งอยู่บนโซฟาแล้วพบว่าเขาก็ประสบปัญหาเดียวกัน ทั้งสองจึงนั่งคุยเรื่องสัพเพเหระอยู่ที่โซฟานั้น

เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะเลขาดังขึ้น อาจารย์นั่งตำหนิเลขาในใจรอดูว่าเมื่อไรจะกลับมาทำหน้าที่ แต่ยังไม่ทันปราม นักศึกษาสาวก็ลุกจากโซฟาไปรับโทรศัพท์เป็นเลขาอย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับจดข้อความที่ฝากถึงอาจารย์ท่านอื่น ลงบนกระดาษที่ถูกตัดไว้สำหรับจดโน้ตบนโต๊ะ เธอเห็นสีหน้าของอาจารย์ที่นั่งอยู่แล้วจึงวางข้อความทิ้งไว้บนโต๊ะ กลับมานั่งบนโซฟาอย่างรู้สึกผิด รับฟังคำตำหนิเกี่ยวกับความรับผิดชอบในหน้าที่ ที่ไม่ใช่ของตัวเอง

ประตูห้องพักอาจารย์ถูกเปิดเข้ามาโดยอาจารย์คนที่ข้อความนั้นฝากไปถึง นักศึกษาเสียงใสตะโกนเรียกแล้วบอกข้อความให้อาจารย์ฟังเหมือนเครื่องตอบรับโทรศัพท์ อาจารย์คนนั้นขอบคุณและจากไปตามธุระในข้อความ ปล่อยให้นักตำหนิบนโซฟานั่งขยับแว่นตา และนักศึกษานั่งอมยิ้มที่ได้ทำตัวเป็นประโยชน์ เมื่อเสร็จงานเฉพาะกิจที่เธออาสานิดๆไปแล้ว เธอก็หยิบกระดาษโน้ตที่ตั้งใจจะฝากข้อความซึ่งตอนนี้ไร้ค่า เอามาพับเครื่องบิน

.

เครื่องบินกระดาษลำน้อยบินวนอยู่รอบโต๊ะเลขา เธอนึกประหลาดใจในลีลาการบินของมัน และเริ่มสนุกเพราะไม่ได้พับเครื่องบินมาปาเล่นเสียนาน  แถมยังเป็นโต๊ะทำงานของเลขาห้องพักอาจารย์คณะที่ตัวเองเรียนอยู่เสียด้วย มันท่องเที่ยวไปทุกซอกทุกมุมตั้งแต่กลุ่มปลั๊กไฟใต้โต๊ะคอมพิวเตอร์จนถึงชั้นบนสุดของตู้เอกสาร มีเด็กหญิงใส่เครื่องแบบนักศึกษาขาวดำไล่ตามเก็บ ก่อนจะออกเดินทางใหม่ ในสายตาช่างสงสัยหลังแว่นของอาจารย์บนโซฟา

หลังจากนั่งดูอยู่พักใหญ่ อาจารย์จึงตัดสินใจลุกจากโซฟามาหยิบกระดาษแล้วประกาศว่า "เรามาแข่งกัน" เขาพับกระดาษเป็นเครื่องบินในแบบของตัวเอง แล้วเข้าร่วมแข่งขันการปาเครื่องบินกับเด็กสาวนักศึกษา พร้อมบอกคุณสมบัติของเครื่องบินเป็นการขู่ขวัญศัตรูว่า เจ้ากระดาษพับลำนี้ บินได้รวดเร็วแม่นยำที่สุด

นักศึกษาไม่สนใจ ยืนตั้งท่าปาเครื่องบินไปตามสัญญาณเริ่มแข่ง เธอไม่หวั่นไหวกับความแม่นยำสมคำขู่ของเจ้าเครื่องบินหน้าใหม่ เจ้ากระดาษโน้ตเก่าจอมฉวัดเฉวียนยังคงออกเที่ยวรอบห้องต่อไป ปล่อยให้อาจารย์ยืนชี้เสันชัยที่มีเครื่องบินกระดาษปักไว้ราวกับลูกดอก

ในที่สุดอาจารย์ก็เอ่ยปากขอลาวงการว่า "ผมจะปล่อยมันแล้ว" เขาชวนนักศึกษาสาวออกมาปาเครื่องบินออกไปนอกระเบียงพร้อมกัน เธอรู้สึกเสียดายการเดินทางรอบห้องที่เจ้ากระดาษยังบินไปไม่ถึง หรือท่าใหม่ๆที่มันยังไม่ได้โชว์ฉวัดเฉวียน แต่ก็ตัดสินใจออกจากห้องมาดวลครั้งสุดท้ายกับอาจารย์ที่ระเบียง

สัญญาณปล่อยเครื่องบินถูกกำหนดจากอาจารย์ "1..2..3!" นักศึกษาสาวทำใจแล้วหลับตาปากระดาษเพื่อนรักสิบห้านาทีให้ร่อนออกจากมือ ได้ยินเสียงดัง ฉึก! มาจากเครื่องบินของอาจารย์ที่ร่อนฉิวไปชนกับต้นไม้ใกล้ชั้นสูง เธอพยายามมองหาเพื่อนกระดาษของเธอที่นอกระเบียง แต่แล้วก็ต้องประหลาดใจเมื่อเงยหน้าขึ้นมองด้านบน

เจ้ากระดาษพับมือนั้นกำลังบินตีลังกา แล้ววนกลับมาตกอยู่บนพื้นระเบียงใกล้ๆ เท้าเธอ

อมยิ้มเกิดขึ้นบนใบหน้าของนักศึกษาสาวอีกครั้ง เธอตั้งท่าปาเครื่องบินและถามอาจารย์ว่า คราวนี้มันจะบินไปทางไหน

อาจารย์ไม่ประหลาดใจ เขาตอบว่า มันจะบินวนกลับมาเช่นเดิม เธอปาเครื่องบินออกไปและเครื่องบินก็บินวนกลับมาที่เดิม คราวนี้นักศึกษาจึงไม่มั่นใจว่าควรจะทำอะไรต่อไป

อาจารย์เห็นดังนั้นจึงแนะนำให้เธอหันหลัง และปามันออกไปในทางตรงข้ามกับที่เคยทำ ในใจนักศึกษาสาวเกิดความกลัวขึ้นมา ขยับเท้าไปยืนใกล้ๆ ประตูห้องที่เธอเพิ่งออกมา ภาวนาให้เครื่องบินจงตรงเข้าไปในนั้น แล้วเราจะได้เดินทางด้วยกันต่อ


"1..2..3!!"

เจ้ากระดาษร่อนฉวัดเฉวียนขึ้นฟ้า ตีลังกาตามสไตล์เดิม ก่อนจะบินวนกลับผ่านเด็กสาวผู้ออกแรงปล่อยมัน แล้วร่อนตามวิถีการบินนั้นออกไปนอกระเบียง

เธอหันหลังตามไปดู นึกชมเพื่อนกระดาษในใจที่ยังไม่วายโชว์ควงสว่านผ่านเหล่ากิ่งไม้ไปลงไปจอดถึงชั้นล่าง

"หนูไปไกลกว่าอาจารย์นะ" นักศึกษาเอ่ยขึ้น

"แต่อาจารย์เล็งต้นไม้ไว้ตรงเป้าเลยต่างหาก" อาจารย์สวนกลับมา

คงไม่มีใครแพ้ชนะในการดวลครั้งนั้น แต่อย่างน้อยในวันต่อมาทั้งนักศึกษาและอาจารย์ก็ไม่มีใครนึกอยากพับเครื่องบินกระดาษขึ้นมาเล่นอีกเลย ความสงบเสี่ยมจึงกลับมายังโต๊ะเลขาในห้องพักอาจารย์อีกครั้ง

.

.

.

24 เมษายน 2553

การกลับมาอ่านเรื่องของตัวเองครั้งนี้ ข้า'เจ้าพบว่า
ถึงจะปาเครื่องบินไปอย่างไร สุดท้ายมันก็ตกลงสู่พื้นเหมือนกัน

Comment

Comment:

Tweet