แม้ประเทศไทยจะผ่านเหตุการณ์ร้อนระอุทางการเมืองมาตลอดเดือนพฤษภา
ข้า'เจ้าก็ดีใจที่นิตยสารอันมีภาพลักษณ์ผูกพันกับการเมืองอย่าง WAY
ได้เลือกจับประเด็นเรื่องการศึกษา

หนึ่งก็เพราะข้า'เจ้าเพิ่งสมัครสมาชิกอุปถัมภ์ให้ห้องสมุด
ตามสัญญาที่ให้ไว้กับผอ.โรงเรียนประจำที่ข้า'เจ้าเติบโตมา
ได้ฟังเสียงตอบรับยินดีจากคุณครู และหวังว่ารุ่นน้องที่ยังเรียนอยู่มัธยมจะได้มีความรู้ความเข้าใจ
และทางเลือกใหม่ๆในการศึกษา ดังที่ข้า'เจ้าปรารถนาจะหาวิธีแนะแนวอธิบายน้องๆมาตลอดค่ะ
เนื้อหาที่เน้นในบทสัมภาษณ์ของท่าน GTO (ตัวพ่อ) เป็นอะไรที่ตรงใจข้า'เจ้ามากๆ
และอยากที่จะนำไปบอกเล่าให้เยาวชนเข้าใจง่ายและแพร่หลายยิ่งขึ้นในโอกาสต่อๆไป

แต่ที่ประทับใจที่สุดก็คือนอกจากส่วนที่เน้นขึ้นมาแล้ว
ภายในเนื้อหาทุกย่อหน้าของบทสัมภาษณ์นั้น
ยังเต็มไปด้วยหัวข้อสำคัญๆตลอดทั้งหน้ากระดาษชนิดทิ้งไว้ไม่ได้
ต้องป้ายไฮไลท์ให้เปล่งประกายแบบไม่เกรงใจคนจัดตัวหนังสือสวยๆเลยทีเดียว :P
เป็นการบ่งบอกทั้งปัญญานุภาพของท่าน GTO (ตัวพ่อ) ผู้ให้สัมภาษณ์
และคุณภาพของทีมงาน บก. ที่แน่นขึ้นตามจำนวนคนอย่างเห็นได้ชัดเจนจริงๆค่ะ :D
.

สอง ต้องขอขอบคุณพี่ๆ กอง บก. ที่เลือกสัมภาษณ์ศิษย์เก่าโรงเรียนรุ่งอรุณ
ในหัวข้อโรงเรียนทางเลือกที่คอลัมน์ Sub-way ค่ะ
เพราะหลังจากที่ข้า'เจ้าได้รับ WAY ฉบับที่ 33 มาไม่นาน
ก็มีโอกาสได้ร่วมงานกับเพื่อนใหม่คนหนึ่งซึ่งน่ารักมากๆ
พอเริ่มคุยกันก็ได้รู้ว่าเธอก็เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนรุ่งอรุณด้วย

ข้า'เจ้าจึงไม่รอที่จะหยิบ WAY ฉบับนั้น กระโดดขึ้นรถร่วมทางกลับบ้าน
เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดกับเธอ
แล้วก็พบว่าเธอสามารถที่จะเข้าใจข้า'เจ้าในหลายๆเรื่อง
อย่างที่ไม่เคยได้เปิดใจคุยกับใครมาก่อน

ด้วยนิตยสาร WAY ภายในเวลา 1 ชั่วโมง เราก็กลายเป็นเพื่อนคุยที่ดีและมีสาระ
จนแม่ของเธอที่นั่งฟังอยู่ออกปากชวนข้า'เจ้าไปเป็นครูโรงเรียนรุ่งอรุณซะอย่างนั้น..

ซึ่งเป็นเรื่องที่ข้า'เจ้านึกไม่ถึง
แต่ก็ทำให้นึกถึงสโลแกนหนึ่งที่ว่า "อ่านนิตยสารดี แล้วชีวิตจะดี"
นั้นกลายเป็นคำพูดที่ไม่เกินความจริงเลยค่ะ

ในเวลา 1 เดือนที่ผ่านมาการได้ร่วมทางกลับบ้าน
และคุยเรื่องต่างๆกับเพื่อนใหม่คนนี้
ทำให้ข้า'เจ้าได้ทั้งคำตอบ คำแนะนำ ทางออก
และความมั่นใจที่จะจัดการกับปัญหาต่างๆในชีวิตมากมาย

และจะเป็น 1 เดือนที่ข้า'เจ้าประทับใจ
ก่อนที่เราจะแยกย้ายกันไปทำงานอยู่คนละที่
พร้อมๆกับที่ WAY ฉบับนั้นจะย้ายไปจากแผงหนังสือ
รอคอยให้ฉบับต่อไปเข้ามาแทน

กล่าวได้ว่าเพื่อนใหม่คนนี้มาพร้อมกับ WAY จริงๆค่ะ

.

สาม เนื่องจากว่าเนื้อหาใน WAY ฉบับนี้
ถูกกำหนดให้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาไทย
ทั้งใน Main Way, 5Qs, Sub-way และ Interview รวมกัน
WAY ฉบับนี้จึงกลายเป็นฉบับที่ชัดเจนลงตัวและอ่านสนุกมากที่สุด
และแน่นอนที่สุดคือทำให้ปกมีพลัง เพราะมีสาระที่สนับสนุนกันอยู่เบื้องหลังถึงครึ่งเล่ม
ซึ่งทำให้ข้า'เจ้าประทับใจ และหวังว่าจะเห็น WAY ที่ชัดเจนเช่นนี้อีกในฉบับต่อๆไปค่ะ :D

นอกจากนี้สำนวนภาษาที่พบเห็นได้โดดเด่นภายใน WAY
ตลอดจนภาพประกอบที่ข้า'เจ้าก็นับเป็นสำนวน
หรือช่วยเสริมสำนวนของ WAY อย่างเด็กหญิงติ่งหู
ก็ทำให้เห็นพัฒนาการทั้งคอลัมน์นิสต์และทีมงานทั้งเก่าและใหม่ที่โดนใจอย่างร้ายแรงค่ะ :D

.

และเพื่อยืนยันในคำเล่าลือถึงความเลอโฉมของนางแบบบนปก WAY ฉบับที่ 33
ในวันที่ใกล้จะปิดเล่มฉบับใหม่ ข้า'เจ้าได้แยกทางกับเพื่อนใหม่ที่สถานีรถไฟฟ้า BTS สยาม
แล้วจึงสำรวจแผงหนังสือบนนั้นพบว่า

ทางร้านสาขา BTS สยามทนความน่ารักของนางแบบ (ทั้งสาม) ไม่ไหว
จนต้องวาง WAY ไว้ที่โซนนี้ค่ะ :D

แล้วข้า'เจ้าจึงได้รู้ว่าชุดนักศึกษาเรียบร้อยกระโปรงยาว
เป็นอะไรที่โดดเด่นท่ามกลางวงการแฟชั่นดีจริงๆ ^w^

สุดท้ายนี้สำหรับคนที่อยากรู้ว่า GTO (ตัวพ่อ) ที่ข้า'เจ้ากล่าวถึงนั้นคือใคร
แนะนำให้รีบไปซื้อ หรือสั่งซื้อ WAY ฉบับที่ 33 ย้อนหลังมาอ่านค่ะ
แล้วจะได้รู้จัก รวมถึงได้รับความคิดใหม่ๆ

และขอมอบแรงบันดาลใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการศึกษาไทย
ให้กับทุกๆท่านแทนคำขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตรงนี้ ขอบคุณค่ะ :)

Comment

Comment:

Tweet

โดยส่วนตัวของผมยังไม่ได้เคยมีโอกาสแง้มอ่าน
นิตยสาร WAY เพราะไม่รู้ว่าเนื้อหามันเป็นอย่างไร

เคยแต่สัมผัส A day confused smile

แต่พออ่านเอ็นทรี่นี้แล้ว ชักอยากลองสัมผัส way บ้างหากมีโอกาส ยังไงก็ขอบคุณมากนะครับสำหรับการแนะนำว่าภายใน way นั้นมีเนื้อหาอะไรบ้าง big smile Hot!

ปอลอ.ขอบคุณมากนะครับ ที่มาคอมเมนท์บล็อคผม เห็นแปะดาวให้เต็มเลย ซาบซึ้งอย่างบอกมะถูก cry

#5 By เลิศสุนทร on 2010-08-14 12:33

เป็นกำลังใจให้นะ และจะมาคอมเม้นให้บ่อยๆ อิอิ big smile
ง่า อ่านใน ems แล้วค่ะ
แต่สภาพเน็ตมิอาจอำนวยให้ตอบในนั้นได้

คือช่วงที่ผ่านมาออกจะโดนแกล้งจนคิดมากเกินไป
ใครพูดอะไรนิดก็เลยโมโหขึ้นมาง่ายๆหละค่ะ

ข้า'เจ้าขอบคุณและยินดี
ที่มีเว็บไซต์ดีๆเอาไปเผยแพร่ต่อค่ะ ^_^

แต่โดยปกติแล้วส่วนตัวข้า'เจ้าเอง
จะชอบเผยแพร่บทความในแหล่งอื่นต่อด้วยการ
เขียนรีวิวเกี่ยวกับบทความนั้น พร้อม link/แหล่งที่มา
ซึ่งข้า'เจ้าก็ไม่ได้ทราบ/ตัดสินว่าทำต่างจากนี้ผิดอ่าคะ

และด้วยความที่ข้า'เจ้าไม่ใช่มืออาชีพ
จึงไม่รู้ว่า สิ่งที่เขียนไปนั้นดีหรือไม่ดีอย่างไร

ทางเดียวที่จะรู้ได้ก็คือคอมเม้นต์ด้านล่างบล็อกนี่ละค่ะ

เนื่องจากว่ามันไม่ค่อยจะมีใครมาเม้นอยู่แล้ว

พอมีคนเอาไปบอกต่อ แล้วใช้คำว่าประจานด้วย
ข้า'เจ้าก็จิตตกค่ะ sad smile
แบบว่าอยู่ๆก็บอกว่าอยากรู้จักแต่ไม่มาคุยกันก่อน
ก็เลยคิดไปในทางที่ว่าโดนประชดประชันรึเปล่า

เพราะว่าเคยเอารูปถ่ายจากwechangeไปใช้
ในเอ็นทรี่งานแถลงข่าวhttp://vareety.exteen.com/20090927/entryนี้ แล้วก็อ้างอิงถึงเว็บไซต์
แล้วก็ แหะๆ ลืมอัพเรื่องวันเทศกาลจริงไปครึ่งปีอะค่ะ
(รูปเยอะมาก มีคลิปวงป้าปลาสกาด้วย โปรเสสบ่ไหว)

เป็นกังวลกับผลงานที่ผ่านไป แล้วก็รับคำติเสมอค่ะ

และด้วยเหตุนี้ตอนนี้
ข้า'เจ้าก็เลยหยุดเข้าเฟซบุ๊กไประยะหนึ่งค่ะ
นอกจากเน็ตเชียงรายจะหลุดง่ายสุดๆแล้ว

ข้า'เข้าก็กำลังฝึกหัดอ่านๆเขียนๆ
และจะกลับไปในเฟซบุ๊กอีกครั้ง
พร้อมฝีมือที่พัฒนาขึ้นค่ะ

#3 By -Varie- on 2010-07-24 22:37

มาเม้นตามคำสั่งครับ อิอิ
sad smile

#2 By หมั่น (58.9.232.55) on 2010-07-24 11:48

ว้าว คุณพี่วารี ^^

เห็นปกแล้วอยากลองหามาอ่านมั่ง แหะๆ

แอดๆๆ confused smile

#1 By ♣ßo§sëZ™ on 2010-06-30 22:56