จากปรากฏการณ์ Sci-Fi Fantasy เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ในวงการหนังสือคงไม่มีใครไม่เคยได้ยินชื่อ Dr.Pop และ The White Road ที่เป็นกระแสมาจากอินเทอร์เน็ต สู่การตีพิมพ์ ภาค1 แบ่งเป็น 3 เล่ม และภาค2 อีก 5 เล่ม กับสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์ มีทั้งนักอ่านที่ชื่นชมติดตามผลงาน และ ผู้สังเกตการณ์ที่คอยหมั่นไส้ โชคไม่ดีนักที่ผู้เขียนบทความนี้ได้เลือกที่จะอยู่กลุ่มหลัง ด้วยเหตุผลของเด็กอายุ 14 ขวบ เมื่อสิบปีก่อน ที่ว่า "เขียนหนังสือขายได้ก็รู้อยู่แล้วว่าเก่ง จะเติม "ดร." ไว้หน้าชื่อตัวเองอวดเก่งให้คนหมั่นไส้กันไปไหน" แล้วก็ปฏิบัติการ "เดินหนี" กลางงานสัปดาห์หนังสือเมื่อปี 2544 ตอนนั้น ดร.ป๊อบ ก็อายุเพียง 17 ปี แทบจะใช้คำว่า เรา กับ นาย เรียกในใจได้โดยไม่ไว้คำว่า พี่ ผ่านมาแล้วสิบปี ผู้เขียนได้เจอกับ ดร.ป๊อบ อีกครั้งทางเฟซบุ๊ก เมื่อปี 2553 ในเวลาที่แทบจะลืมชื่อนี้ไปแล้ว แต่ ดร.ป๊อบ ก็อยู่ในช่วงโปรโมตตัวเองผ่านการเดินสายทอล์กโชว์ตามโรงเรียนทั่วประเทศจนยอด like ในเฟซบุ๊กพุ่งจาก 4,000 เป็น 400,000 เมื่อผู้เขียนได้ประจักษ์ถึงความสามารถในการเขียนของ ดร.ป๊อบ จากการอ่านบทความตามหน้าเว็บก็สนใจที่จะเปิดใจอ่านหนังสือแนวแฟนตาซีที่เลิกตามกระแสมานานแล้ว (หลังจาก Lord of the Rings จบ และอ่าน Harry Potter ไปได้แค่สี่เล่มครึ่งเพราะเริ่มเบื่อโลกเวทมนตร์) ในปีนั้น ดร.ป๊อบ แนะนำให้ผู้เขียนอ่าน The White Road : Spirit [Rebirth] 1 (ปกดำแดงไม้กางเขนและกระต่าย) เป็นเล่มแรก บังเกิดความสนุก ความมันส์ และความประจักษ์ถึงการทำงานหนักในฐานะนักเขียนแนวไซไฟแฟนตาซีวงเล็บแอ็คชั่นเป็นอย่างดี แล้วผู้เขียนก็ติดตามผลงานของ ดร.ป๊อบ ต่อมา โดยได้รับทราบว่า ดร.ป๊อบได้มีโครงการ "rewrite" The White Road ภาค1 และภาค2 ที่ตัวเองเคยเขียนขึ้นมาเสียใหม่ ให้เป็นเวอร์ชั่นเดียวกันกับ The White Road ปกสีดำแดง ภาค Spirit [Rebirth] และ ภาค 3 ซึ่งจะทำให้ของเดิมขาดตลาด ดังนั้นเมื่อผู้เขียนมีโอกาส มีเงิน และยังมีของ ก็เลยกว้านซื้อเอา The White Road ภาค1 ภาค2 และภาค Spirit เก่า รวมกัน 9 เล่ม มาเก็บใส่กรุไว้ที่บ้าน แต่ไม่อ่าน เพราะคิดว่า ดร.ป๊อบ จะเขียน THe White Road เวอร์ชั่นรีไรท์ ทั้ง 2 ภาค ออกมาให้อ่านก่อนได้ในเร็ววัน เวลาผ่านไป 3 ปี ดร.ป๊อบ ก็เดินสายโปรโมตหนังสือไม่มีหยุด แต่เป็นหนังสือ Girls And A Doll เรื่องใหม่ที่เขียนออกมาเมื่อปี 2552 ต่อมาก็ทำงานหนักออกหนังสือ Boys And A Doll เล่มหนาปึ้กที่เด็กประถมยอมอ่าน มาอีกเล่ม ตามด้วยโปรเจ็กต์ Worlds And A Doll ที่แฟนคลับรอคอย อีกประมาณ 2 ปี ทั้งๆที่ The White Road ภาค Spirit [Rebirth] ดร.ป๊อบก็ยังรีไรท์ไม่จบ! (มี 3 เล่ม) ทำเอาผู้อ่านที่ติดตาม The White Road อยู่ รอเก้อไปตามๆกัน สุดท้ายเมื่อไม่มีอะไรจะอ่านแล้ว (อารมณ์ค้างหลังจากอ่าน The Hunger Games มา 3 เล่มด้วยความเร็วสูง) ผู้เขียนบทความนี้ก็เลยตัดสินใจควัก The White Road ภาค1 ภาค2 และ Spirit ที่เป็นชุดของสยามอินเตอร์ ออกมาจากกรุ ตั้งไว้ 9 เล่ม เพื่อลุยอ่านส่งท้ายปี 

ถือเป็นโชคดีอย่างหนึ่งที่ผู้เขียนบทความเพิ่งได้มาอ่าน The White Road ภาคสยามอินเตอร์ชุดนี้ทีหลัง เพราะมันทำให้ผู้เขียนอัศจรรย์ใจมากว่า ดร.ป๊อบ เมื่ออายุ 17 ปี นั้น สามารถผลิตงานไซไฟแฟนตาซีชุดหนึ่งออกมาได้ดีกว่าตัว ดร.ป๊อบ เองเมื่ออายุยี่สิบกว่าปีในวัยผู้ใหญ่ที่มีกรอบต่างๆมากมายเข้ามาจำกัดจินตนาการเสียอีก (ซึ่งก็จะต้องอภัยให้จริงๆเพราะกรอบที่ว่านั้นก็คือโครงเรื่องและความตั้งใจที่จะสานต่อจินตนาการของตัวเองให้สมบูรณ์จนถึงทุกรายละเอียด) ไม่ว่าจะเป็นมุมมองที่กว้างไกลในการวางโครงเรื่อง การสร้างสรรค์ตัวละครให้เกิด conflict ระหว่างกันอย่างสนุกสนาน การสร้างสรรค์และบรรยายฉากต่างๆ ที่หลากหลายจนไม่ให้โอกาสผู้อ่านได้เบื่อ ทั้งสถาบันไฮเทค ยานพาหนะแห่งอนาคต หมู่บ้านเทพที่มีแต่การเกษตร ปศุสัตว์ และเวทมนตร์ เมื่องแฟนตาซีที่นิยมเลี้ยงมอนสเตอร์ เกาะแห่งมนุษย์ครึ่งคนครึ่งสัตว์ คฤหาสน์ของเจ้าชายที่ประดับไปด้วยศิลปะกรีก รวมกันแล้วน่าเดินเที่ยวยิ่งกว่าเข้าไปเล่นเกม Final Fantasy ทีละภาคเสียอีก (ซึ่ง ดร.ป๊อบ ก็ได้เขียนขอบคุณบริษัทผู้สร้างเกมที่ให้กำเนิดจินตนาการเอาไว้แล้ว) การบรรยายฉากต่อสู้สุดมันส์ชนิดช็อตต่อช็อตที่พบได้ตลอดเล่มเรียกได้ว่าอ่านจนเหนื่อย และที่น่าอัศจรรย์ใจที่สุดคือข้อความแฝงแง่คิดที่แทรกอยู่ในบทบรรยายและบทพูดซึ้งๆตลอดเรื่อง มักจะเป็นย่อหน้าที่คมกริบ ราวกับหลุดออกมาจากสุนทรพจน์อย่างที่ไม่น่าเชื่อว่า เด็กอายุ 17 จะเขียนออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ การอ่านเป็นไปอย่างสนุกสนานไม่มีสะดุดให้หยุดหรือเบื่อแต่ประการใด (เมื่อเทียบกับแฮร์รี่พ็อตเตอร์และเดอะฮังเกอร์เกมส์ตลอดจนนิยายชุด A Doll เรื่องใหม่ของ ดร.ป๊อบเอง) หลายฉากสามารถดึงอารมณ์ตื่นเต้นจนไม่สามารถหยุดอ่านได้ นับเป็นจุดเด่นของ Thw White Road ภาค1 ที่ผู้เขียนบทความได้อ่านไปแล้วนี้ 

หากนักอ่านต้องการความสนุก (ซึ่งเป็นจุดประสงค์หลักของการอ่านนิยาย) รับรองได้ว่า The White Road ภาค1 เวอร์ชั่นดั้งเดิมที่ยังไม่ได้รีไรท์นี้ก็สามารถทำได้อย่างไม่มีที่ติและเหนือกว่านิยายเรื่องอื่นๆ แต่หากนักอ่านคนใดต้องการจะจับผิด ขอบอกเลยว่า ความผิดที่ปรากฏในนิยายชุดนี้จะถูกนับเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้นเพราะความสนุกและความเป็นแฟนตาซีจะทำให้เรามองข้าม และตัวเลขอายุ 17 ปี ของ ดร.ป๊อบ จะทำให้เราอนุโลม ให้อภัย และอัศจรรย์ใจอยู่ตลอดเวลา ยิ่งไปกว่านั้น การสะกดผิดในคำที่คิดว่าสะกดถูกและใช้มาบ่อยๆ ก็ทำให้ ดร.ป๊อบ กลายเป็นผู้บัญญัติศัพท์ใหม่ เช่น "สีแดงฉาด" (แดงฉาน) "พล้อยหลับ" (ผล็อยหลับ) "เพรียกพร้อม" (เพียบพร้อม) ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้ความสนุกของหนังสือลดลงเลยแม้แต่น้อย (แต่ผู้เขียนอยากขอร้องจริงๆว่า ถ้าจะรีไรท์ก็ให้พิสูจน์อักษรเข้มงวดกว่านี้หน่อย) คำถามคือ - ในเมื่อ The White Road ภาค1 เวอร์ชั่นเดิม มันสนุกขนาดนี้ ดร.ป๊อบ จะรีไรท์ The White Road ไปทำไม - รีไรท์แล้วจะออกมาสนุกเหมือนเดิมไหม คงไม่ใช่คำถามสำคัญ แต่ที่สำคัญที่สุด - - ดร.ป๊อบจะรีไรท์ The White Road เสร็จเมื่อไหร่!!? ผู้เขียนบทความรออ่านจะแย่แล้ว เขียนบทความมาซะยาวประเด็นอยู่ตรงนี้แหละไม่มีอะไรมากมาย ยังไงก็ขอให้กำลังใจ ดร.ป๊อบ ในการรีไรท์ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และขอชื่นชมด้วยใจจริงในความสามารถรอบด้านของคนคนนี้ จะติดตามผลงานไปตลอดค่ะ (ถ้าจะให้ดี ออกอัลบั้มเพลงที่แต่งเองร้องเองมาเร็วๆด้วยนะ - วี้ดบึ้ม) 
 

Comment

Comment:

Tweet